บ้านสมุนไพรชัยมงคล
http://www.chlorophyll.tht.in
  

คลอโรฟิลล์บริสุทธิ์ 100 % พลังสีเขียวจากอัลฟัลฟ่าสด อาหารอายุวัฒนะ คลอโรฟิลล์ชนิดละลายน้ำได้บริสุทธิ์ 100 % เต็ม ( Pure Chlorophyll ) สอบถามผลิตภัณฑ์ ติดต่อ คุณเขมจิรา จิตมงคล โทร. 086-0366174 (AIS) , 086-3318914 (True) , 081-4207481 (Dtac)ทุกวัน ไม่เว้นวันหยุด                                                                                                                                                                                                                                                                                                      
 
 สถิติวันนี้ 24 คน
 สถิติเมื่อวาน 167 คน
 สถิติเดือนนี้
สถิติปีนี้
สถิติทั้งหมด
1288 คน
30122 คน
470363 คน
เริ่มเมื่อ 2012-09-30


ทำไมเราจึง ป่วย ?


สามารถอธิบายได้ดังต่อไปนี้

ธรรมชาติบำบัดเป็นสาขาวิชาแพทยศาสตร์ แพทย์ปัจจุบันที่จบแพทยศาสตรบัณฑิต หรือ M.D. จะมี 2 กลุ่ม ทั้ง 2 กลุ่มนี้ คือกลุ่มเดียวกันคือจบปริญญาทางด้านแพทยศาสตร์ กลุ่มแรก อยู่ในคณะแพทยศาสตร์ ทำหน้าที่ผลิตแพทย์ จบออกมาเป็นรุ่นๆ หน้าที่หลักคือ รักษาคนไข้ ใครเจ็บไข้ได้ป่วยก็ไปพบแพทย์ เพื่อรักษาซึ่งถูกต้อง แพทย์มีหน้าที่รักษาคนไข้ให้หายป่วยหรือบรรเทาอาการเจ็บป่วย แต่ยังมีแพทย์อีกกลุ่มหนึ่งที่สนใจไปทางธรรมชาติบำบัด ทำอย่างไรให้อายุยืนยาว ไม่เจ็บไม่ไข้ จึงทำให้ทั้งสองกลุ่มนี้ต่างกัน

สรุปก็คือ เมื่อเราเจ็บป่วยให้ไปพบแพทย์เพื่อรักษาให้หายจากอาการเจ็บป่วย แต่ถ้าอยากอายุยืนยาวต้องพบแพทย์ธรรมชาติบำบัด

แพทย์ธรรมชาติบำบัดได้ศึกษา และไม่มีสอนในคณะแพทยศาสตร์ เป็นการสอนนอกคณะ ขณะนี้มีความสนใจกันมากทั่วโลก เพราะว่าทำให้อายุยืนยาว กรณีที่น่าสนใจก็คือ ประเทศญี่ปุ่น จากการที่ประเทศญี่ปุ่นทำสถิติเรื่องอายุขัยเฉลี่ยของประเทศตนเองพบว่า อายุขัยเฉลี่ยอยู่ที่ 86 ปี ประวัติศาสตร์ของประเทศญี่ปุ่นนั้นน่าสนใจมาก ก่อนสงครามโลกครั้งที่ 1 คนญี่ปุ่นมีอายุเฉลี่ยอยู่ที่ 40 ปี พอเริ่มมีฝรั่งเข้ามาเกี่ยวข้องทำให้ประชากรญี่ปุ่นบริโภคอาหารตามฝรั่ง ทำให้อายุขัยเฉลี่ยของประชากรญี่ปุ่นเพิ่มขึ้นเป็น 50 ปี และหลังจากนั้นต่อมาอีก 30 – 40 ปี คนญี่ปุ่นมีอายุขัยเฉลี่ยยืนยาวขึ้นเป็นอันดับ 1 ของโลก ทำไมจึงเป็นเช่นนั้น จากการวิจัยสรุปได้คือ คนญี่ปุ่นบริโภคอาหารเสริมเป็นอันดับ 1 ของโลกนั้นเอง และอันดับ 2 ก็คือประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งปัจจุบันอาหารเสริมเป็นที่นิยมมากในสหรัฐอเมริกา

จากการที่แพทย์สอนกันมา 40 -50 ปี ที่เรามักได้ยินกันว่า “ให้บริโภคอาหารให้ครบทั้ง 5 หมู่” ก็เพียงพอแล้ว ไม่มีความจำเป็นต้องใช้ผลิตภัณฑ์อาหารเสริม ใครใช้อาหารเสริมถือว่าไม่ฉลาด ปัจจุบันก็ยังคงมีการประชาสัมพันธ์แบบนี้อยู่ เพราะทุกคนได้เรียนมาแบบนี้ แต่ก็มีปัญหาถามว่า ทำไมคนญี่ปุ่นบริโภคอาหารเสริมแล้วจึงมีอายุยืน ? คำตอบก็คือว่า อาหารเสริมบริโภคแล้วมีประโยชน์ ถ้ารับประทานผิดก็เท่าทุน แต่ถ้ารับประทานได้ถูกต้องอายุจะยืนยาวแตกต่างกับคนที่ไม่ได้รับประทานอาหารเสริมอย่างมาก และในขณะนี้ สังเกตได้ว่าประเทศอเมริกาเป็นประเทศที่บริโภคอาหารเสริมเป็นอันดับที่ 2 ของโลก จึงทำให้อายุขัยเฉลี่ยของทั้งสองประเภทนี้ยืนยาว ในขณะที่อายุแพทย์สั้น จากข้อมูลที่ทำกันไว้หลายสิบปี ปัจจุบันก็ยังคงเป็นจริงอยู่ แพทย์ในปัจจุบันมีอายุขัยเฉลี่ยสั้นกว่าอายุประชากรของประเทศนั้นๆ อยู่ประมาณ 7 ปี ตัวอย่างเช่น แพทย์ไทยสมัยก่อนมีอายุเฉลี่ยอยู่ที่ 55 ปี ปัจจุบันนี้ เพิ่มขึ้นเป็น 57 ปี และ 59 ปี ตามลำดับแต่ก็ยังสั้นกว่าอายุขัยเฉลี่ยของประชากรไทยอยู่ดี จึงมีคำพูดที่ว่าแพทย์รักษาโรคได้ดีมาก โดยเฉพาะศัลยแพทย์ชาวไทยเมื่อสำรวจครั้งแรกมีอายุเฉลี่ย 51 ปี 4 เดือน และจากสมาคมแพทย์ออกมาสำรวจครั้งที่ 2 อายุเฉลี่ย 51 - 55 ปี

เหตุผลที่คนญี่ปุ่นอายุยืน อีกประการก็คือ การบริโภคพืชผัก โดยเฉพาะที่เกาะโอกินาวา บริโภคพืชผักมากที่สุด จึงมีอายุไขเฉลี่ยอยู่ที่ 90 ปี แต่ก็ยังมีกลุ่มสุดท้ายที่อายุยาวมากที่สุดในโลกก็คือ ชาวฮันซา (Hunza)มีอายุขัยเฉลี่ย 120 ปี ซึ่งได้ตีพิมพ์ในวรสารที่สหรัฐอเมริกา และได้เผยแพร่ไปทั่วโลก

วัยเด็กของชาวฮันซา คือ ตั้งแต่เกิด – 50 ปี

วัยเริ่มเรียนรู้ชาวฮันซา คือ 50 – 100 ปี

วัยผู้ใหญ่ที่มีพลัง คือ มากกว่า 100 ปี

คนฮันซา (Hunza)ไม่ป่วยเลย คนฮันซา (Hunza) ไม่เคยแปรงฟันแต่ไม่มีโรคฟันผุเลย คนฮันซา (Hunza) ไม่บริโภคเนื้อสัตว์ แต่จะบริโภคพืชผักเท่านั้น ทุกคนวิ่งได้กระโดดได้ คนอายุ 140 ปี ก็สามารถกระโดดได้อย่างน้อย 1 คืบ บางคนกระโดดได้ถึง 1 ศอก

จึงมีการประชุมแพทย์ทั่วโลก มีแพทย์ทั้งหมดประมาณ 1000 คน มีงานวิจัยเสนอ และลงมติเกือบเป็นเอกฉันท์ ว่าอายุขัยเฉลี่ยมนุษย์ควรจะเป็น 120 ปี แต่มีประเทศจีนประเทศเดียว คัดค้านว่าควรจะเป็น 150 ปี และต่อมาในปี ค.ศ. 1999 ได้ยอมรับว่าข้อเสนอของประเทศจีนว่าถูกต้อง มนุษย์มีอายุขัยอยู่ที่ 150 ปี ไม่ใช่ 120 ปี

มนุษย์ที่อายุยืนจะบริโภคพืชผักเป็นอาหารหลัก ไม่บริโภคเนื้อสัตว์ แต่มีคำถามว่าเราสามารถบริโภคเนื้อสัตว์ได้หรือไม่ ? คำตอบคือ บริโภคได้แต่ต้องเป็นเนื้อสัตว์ที่ปราศจากเคมีหรือสารพิษ และถึงเนื้อสัตว์จะบริสุทธิ์แค่ไหนก็อยู่ไม่เกิน 100 ปี

.
โรคที่เป็นกันมาก มะเร็ง หัวใจ ไต และหลอดเลือด  แต่ท่านมั่นใจได้อย่างไร ?

ทำไมเราจึงป่วย ?

สาเหตุที่เราป่วยสามารถตอบได้อย่างสั้นๆ คือ เพราะ”ออกซิเจนไม่บริสุทธิ์”จากคำกล่าวของ นายแพทย์วอเบิกร์ กล่าวไว้เมื่อประมาณ 50 ปีที่แล้ว คุณหมอวอเบิกร์ ได้รับรางวัลโนเบลทางการแพทย์ถึง 2 ครั้ง คุณหมอกล่าวว่า ถ้าเราทำเซลล์ให้บริสุทธิ์ คือออกซิเจนบริสุทธิ์ เราจะไม่ป่วยเลย คนฮันซา (Hunza)ออกซิเจนบริสุทธิ์ เนื่องจากร่างกายคนเรามีออกซิเจนอยู่ถึง 65 % เราหายใจเอาก๊าซออกซิเจนเข้าไปแต่ในอากาศเป็นพิษ ออกซิเจนจากอากาศไม่บริสุทธิ์ และจากการบริโภคอาหาร อาหารทุกอย่างมีออกซิเจน เมื่อซึมเข้าไปในเส้นเลือดออกซิเจนที่ไม่บริสุทธิ์ ซึ่งอยู่ในอาหารก็จะเข้าสู่เซลล์ เราจึงป่วยเพราะอาหารไม่บริสุทธิ์นั้นเอง สารที่ปนเปื้อน (อนุมูลอิสระ)นั้น ตาเปล่าไม่สามารถมองเห็นได้มากับท่อไอเสียรถยนต์ มากับการเจริญของเทคโนโลยี่ที่ไร้ขอบเขต สารพิษนานาชนิดเมื่อเข้าสู่ร่างกายเลือดจึงเป็นตัวแพร่ เพราะเลือดต้องไปเลี้ยงร่างกาย เลือดจึงเป็นตัวกลางในการขนส่งของร่างกาย

ธาตุที่สำคัญที่สุดคือธาตุออกซิเจน ร่างกายเรามีมากที่สุดถึง 65% เราได้ธาตุออกซิเจนจาก 2 ทาง คือ จากการหายใจ และการบริโภคอาหาร

จากการหายใจ เราหายใจเอาก๊าซออกซิเจนจากอากาศเข้าไปทำการฟอกเลือดที่ปอดเพื่อให้ได้เลือดที่บริสุทธิ์ ตรงนี้สำคัญมาก คนจีนโบราณกล่าวกันว่า “เลือดบริสุทธิ์อายุยืนเกินร้อยปีและมีความสุข เลือดไม่บริสุทธิ์อายุสั้นและอยู่อย่างทุกข์ทรมาน” สมองจะขาดออกซิเจนได้ไม่เกิน 1 นาที สมองที่ขาดออกซิเจนแค่ 10-30 วินาที จะเกิดอาการช็อก หากนานเกิน 1-2 นาทีอาจจะเสียชีวิตได้ แต่ถ้าฟื้นขึ้นมาสมองนั้นจะไม่สามารถทำงานได้เป็นปกติอีกต่อไป ก๊าซออกซิเจนจึงสำคัญที่สุด

อีกทางหนึ่งคือ การบริโภคอาหาร เรารับประทานอาหารเพราะต้องการธาตุต่างๆ ซึ่งธาตุออกซิเจนมีอยู่ทั่วไปในอาหารทุกชนิด ในน้ำดื่มธาตุออกซิเจนอยู่ 89% โดยน้ำหนัก ความจริงแล้วร่างการเราไม่ได้ขาดธาตุออกซิเจนเลย แต่ที่เราป่วยกันมากในทุกวันนี้เป็นเพราะเราได้รับธาตุออกซิเจนที่ไม่บริสุทธิ์ ข้อนี้คือสาเหตุหลักของความเจ็บป่วยเลยทีเดียว สารพิษต่างๆ ที่ปะปนมาในอากาศและอาหารประกอบกับพฤติกรรมในการบริโภคที่เบี่ยงเบนไปจากธรรมชาติ จึงทำให้ร่างกายขาดความสมดุล มีผลทำให้เจ็บป่วยและเสียชีวิตก่อนอายุขัยที่แท้จริงหลายสิบปีทีเดียว

อันตรายจากการบริโภคเนื้อสัตว์ในปัจจุบัน

มนุษย์เป็นสัตว์กินพืช จริงหรือ ?

โครงสร้างร่างกายของมนุษย์คล้ายสัตว์กินพืชจำพวกเลี้ยงลูกด้วยนม ซึ่งแตกต่างจากสัตว์กินเนื้อ ซึ่งฟันของมนุษย์มีลักษณะแบนไม่แหลมคมพอที่จะกัดหรือฉีกเนื้อหนังและกระดูกของสัตว์ ลำไส้ของมนุษย์นั้นยาวมาก เป็นลักษณะเหมือนของสัตว์กินพืชชั้นสูง สัตว์กินเนื้อจะมีโครงสร้างที่สามารถย่อยและขับเนื้อให้ออกจากร่างกายได้เร็วที่สุด เพราะก้อนเนื้อที่กินเข้าไปจะเน่าหมักหมมในร่างกาย เพื่อกำจัดคลอเลสตอรอลออกจากร่างกาย แต่ระบบการย่อยของมนุษย์เริ่มต้นตั้งแต่ในปาก โดยต่อมน้ำลายขับเอมไซม์ เพื่อแยกสลายเซลล์ที่ซับซ้อนของพืช สัตว์กินเนื้อจะไม่มีเอนไซม์ชนิดนี้จะมีแต่เอนไซด์ ยูริเคส ซึ่งมีหน้าที่แยกสลายกรดยูริกในเนื้อสัตว์ ซึ่งมนุษย์ไม่มี จึงเป็นเรื่องที่น่าคิดว่า มนุษย์เป็นสัตว์กินพืชจริงหรือ…? แต่วิถีชีวิตการกินที่ผิดธรรมชาติทำให้บั่นทอนอายุลง….รวมทั้งบวกกับสารพิษที่ได้รับสะสมในยุคปัจจุบัน ทำให้อายุมนุษย์สั้นลง

ในเนื้อสัตว์และไขมันสัตว์จะมีไขมันอิ่มตัวและคอเลสเตอรอลสูง ซึ่งเป็นตัวการทำให้เกิดโรคหลอดเลือดอุดตัน ผนังหลอดเลือดแข็งตัว และโรคหัวใจคนส่วนใหญ่ที่ชอบรับประทานเนื้อสัตว์เป็นโรคหัวใจกันมากกว่าคนที่ชอบรับประทานอาหารจากพืชถึง 3 เท่า มะเร็งลำไส้ใหญ่และที่ทวารหนักถึง 2 เท่า มะเร็งเต้านมมากกว่า 3 เท่า

คนที่บริโภคเนื้อวัวมากๆ จะทำให้ตับ ไต อวัยวะสำคัญที่ช่วยกำจัดสารพิษให้ร่างกายทำงานหนักมากผิดปกติ ทำให้ระดับแคลเซียมในร่างกายลดลง เป็นสาเหตุของการเกิดโรคกระดูกพรุน นอกจากนี้กรดยูริคที่มีมากในเนื้อสัตว์ก็จะสะสมอยู่ตามข้อต่อต่างๆ ตามร่ายกาย ทำให้เจ็บปวดตามข้อกลายเป็นโรคเกาต์

ปัจจุบันนี้สัตว์ส่วนใหญ่ ถูกเลี้ยงโดยให้อาหารประเภทฮอร์โมนสารเร่งเนื้อแดง ยาปฎิชีวนะ เพื่อเร่งการเจริญเติบโต วัตถุเจือปนในอาหารวัตถุกันเสีย สิ่งเหล่านี้เป็นตัวขัดขวางการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน ซึ่งสารพิษเหล่านี้จะสะสมในเซลล์ร่างกายของสัตว์ ไม่ว่ามนุษย์จะบริโภคส่วนใดของสัตว์ก็ยังคงได้รับสารพิษเหล่านี้สู่ร่างกาย ยิ่งบริโภคเนื้อสัตว์ มากเท่าใด สารพิษก็จะสะสมมากในร่างกายมนุษย์ ทำให้เจ็บป่วยได้ง่ายและบ่อยขึ้น

อาหารที่เป็นประโยชน์ต่อสุขภาพร่างกายอย่างแท้จริง จึงได้แก่อาหารจากพืช เพราะประโยชน์ของอาหารจากพืชจะทำให้ระบบการย่อยอาหาร กระเพาะอาหารและลำไส้ทำงานดีขึ้น หลักฐานทางวิทยาศาสตร์มากมายได้พิสูจน์แล้วว่า การบริโภคอาหารจากพืชให้ทั้งประโยชน์และคุณค่าที่เพียงพอและเหนือกว่าการได้รับอาหารที่ทำจากเนื้อสัตว์ ที่สำคัญยิ่งกว่านั้นคือการแพทย์สมัยใหม่ค้นพบว่าโรคภัยไข้เจ็บมากมาย เป็นโรคที่เกิดขึ้นจากการบริโภคอาหารที่ทำมาจากเนื้อสัตว์นี้เอง

การรักษาโรคในตำราแพทย์โบราณจึงรักษาคนที่เลือด และในปัจจุบันนักธรรมชาติบำบัดก็สนใจเรื่องเลือดเป็นอันดับหนึ่ง เลือดดีคนก็สุขภาพดี การสอนให้บริโภคอาหารเป็นสิ่งที่ทำได้ยากในการเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตเดิมๆ จึงไม่ค่อยมีการส่งเสริมเรื่องสุขภาพอย่างจริงจัง ในปัจจุบันสารพิษที่เราได้รับมาจากเนื้อสัตว์ที่บริโภคกันอยู่เป็นประจำ เนื้อสัตว์ที่เราบริโภคนั้นเป็นเนื้อสัตว์ที่โตผิดธรรมชาติ เนื่องจากทำให้ขายได้ราคาดี เนื้อมีสีแดงน่ารับประทาน มีน้ำหนัก แต่ถ้าเป็นเนื้อแบบธรรมชาติเราสามารถบริโภคได้ไม่มีพิษภัย วัวกินหญ้าน้ำนมหรือเนื้อที่เราได้รับก็บริสุทธิ์ แต่ทุกวันนี้วัวไม่ได้กินหญ้าแต่กินหัวเชื้ออาหารที่เป็นสารเคมี ทั้งๆที่สารเคมีเหล่านั้นคือ สารก่อมะเร็ง เมื่อสัตว์เหล่านั้นเลี้ยงแบบผิดธรรมชาติ ประโยชน์ก็ได้ โทษก็ได้เช่นกัน จึงสรุปได้ว่า ทุกวันนี้ประชากรชาวไทยป่วยก็เพราะรับประทานเนื้อสัตว์ที่ผิดธรรมชาติ โดยรับประทานผิดมา 40-50 ปีมาแล้วนั้นเอง

ในสมัยก่อน การบริโภคเนื้อ นม ไข่เป็นสิ่งที่ถูกต้อง เพราะเนื้อ นม ไข่ ที่ได้มาเกิดจากการโตจากธรรมชาติ แต่สมัยนี้ปนเปื้อนด้วยสารเคมีทั้งสิ้น แม้นแต่พืชผักที่เรารับประทานเข้าไปก็ใช้ยาฆ่าแมลง เราจึงมีสารพิษสะสมทุกวัน ดังนั้นการแก้คือ ต้องลดการบริโภคลง เนื้อสัตว์ให้บริโภควันละไม่เกิน 1 ขีด นอกจาก นอกจากท่านจะเป็นนักกีฬาอาชีพที่ออกกำลังกายมากกว่า 8 ชั่วโมงต่อวัน จึงควรจะได้รับโปรตีน 24 – 48 กรัมต่อวันโดยประมาณ แต่ความเป็นจริงแล้วนั้นเนื้อสัตว์ไม่จำเป็นเลย เพราะสามารถทดแทนได้ด้วยโปรตีนจากพืช ผู้ใหญ่ที่อายุเกิน 65 ปีนั้นไม่ควรรับประทานเนื้อสัตว์เลย (ยกเว้นเนื้อปลา)

คนที่ป่วยเป็นโรคมะเร็งไม่ควรรับประทานเนื้อสัตว์เลย เพราะเนื้อสัตว์คือ อาหารอันโอชะ ของโรคมะเร็ง (อาหารของมะเร็งคือ โปรตีน + คาร์บอนไดออกไซด์ Co2) แต่ควรจะเปลี่ยนมาทานเนื้อปลาที่โตแบบธรรมชาติจะดีมาก

จากคำกล่าวที่ว่า “เนื้อสัตว์มีกรดอะมิโนครบนั้นถูกต้อง”แต่นักวิชาการไม่ได้บอกว่าในพืช แค่ 1-2 อย่างก็มีกรดอะมิโนเพียงพอต่อร่างกายเช่นกัน ตัวอย่างเช่น ถั่วเหลืองก็มีกรดอะมิโนครบ ดังนั้นจึงค่อยลดการบริโภคเนื้อสัตว์ลง ถ้าไม่ทานเลยก็ดีมาก เนื้อสัตว์ที่เกินนี้ร่างกายไม่สามารถเก็บไว้ได้ ซึ่งต่างจากไขมัน โปรตีนจากเนื้อสัตว์ร่างกายต้องกำจัดทิ้งวันต่อวัน ไตจะเป็นตัวสกัดกรดอะมิโนทิ้งในรูปเอมีน ดังนั้นคนที่รับประทานเนื้อสัตว์จึงเป็นโรคไตทุกคน เพราะไตทำงานเกินกำลังอย่างน้อย 2 – 4 เท่าตามที่ตำราเขียนไว้อย่างเกรงใจ แต่ความเป็นจริงมากถึง 4 - 7 เท่าจากสภาพปกติ

เนื้อสัตว์ที่คุณรับประทานเข้าไปใช้ประโยชน์ได้แค่ 67 % ที่เหลืออีก 33 % ก็คือพิษสะสมขังระหว่างที่อยู่ในร่างกาย ซึ่งเรื่องนี้คนทั่วไปไม่ทราบ เนื่องจากยังไม่มีใครเคยบอก โดยเนื้อเหล่านี้จะสะสมที่ลำไส้ใหญ่ โดยจะไปพอกที่ลำไส้ใหญ่ ลำไส้ที่เคยมีที่ว่างจะค่อยๆ อุดตันถ้าเป็นระยะเวลานาน รูของลำไส้ก็เกิดการตีบตันเหลือช่องว่างนิดเดียว ระหว่างที่ขังก็จะเกิดพิษไหลย้อนกลับเข้าเส้นเลือดไปทั่วร่างกาย สังเกตได้ว่าคนไทยรุ่น ปู่ ย่า ตา ยาย ไม่นิยมบริโภคเนื้อสัตว์ หรือถ้าบริโภคก็มีนานๆ ครั้ง เราจึงได้ยินคำกล่าวที่ว่า ”กินข้าวกินปลา”

เนื้อสัตว์ที่ดี ต้องไม่ใช่เนื้อเคมี ถึงเราจะบริโภคเนื้อดี ขนาดไหนก็อยู่ไม่เกิน 100 ปี และต้องตายอย่างทุกข์ทรมาน ทุกวันนี้คนไทยบริโภคไขมันเกินความต้องการ 3-4 เท่าโดยเฉพาะไขมันสัตว์ซึ่งมีคลอเรสตอรอลสูง สาเหตุที่ทำให้คลอเรสตอรอลสูงนั้นมาจากไขมันสัตว์ เนื้อสัตว์มีโปรตีน 18 -22 % ไขมัน 35-40 % ทุกครั้งที่บริโภคเนื้อจะได้ไขมันเกินความต้องการ ไขมันส่วนเกินนี้จะไปพอกเส้นเลือด ทำให้เส้นเลือดตีบและตัน ทำให้เกิดความดันสูง และบางครั้งก็อุดตันที่หัวใจ เราจึงตายเป็นอันดับที่ 1 ด้วยโรคหัวใจ (ไขมันอุดตันที่หัวใจ) อันดับที่ 2 ด้วยโรคมะเร็ง อันดับที่ 3 โรคเกี่ยวกับเส้นเลือด แม้แต่ไขมันที่ไปอุดตันในเส้นเลือดที่สมองเกิดเป็นอัมพาต อัมพรึก กันมาก

แต่ไม่มีใครบอกเราว่า ไขมันที่เราบริโภคเข้าไป ยังสามารถแปลงเป็นโปรตีนได้ และบริโภค แป้ง คาร์โบไฮเดรต ก็สามารถแปลงเป็นโปรตีนได้เช่นเดียวกัน ดังนั้น ความจำเป็นในการบริโภคโปรตีนจึงไม่มีไม่มากเลย แต่ปัจจุบันกลับส่งเสริมให้บริโภคเนื้อ นม ไข่ แม้แต่นมที่พยายามให้คนไทยได้บริโภค มีทั้งประโยชน์ และโทษ นมทำให้ร่างกาย เจริญเติบโต แต่อายุสั้นและป่วย เราจะสังเกตได้ว่าคนที่อายุยืนและแข็งแรงจะมีตัวไม่สูงใหญ่ คนที่ตัวสูงใหญ่และอายุยืนไม่มีในโลก คนที่อายุยืนและแข็งแรงมักมีขนาดของร่างกายเล็ก เช่น ชาวฮันซา (Hunza) ผู้หญิงจะมีขนาดความสูง 160 – 165 ซม. ผู้ชายจะมีขนาดความสูง 165 – 170 ซม. และโรคที่ประชากรชาวไทยเป็นกันโดยทั่วไปก็ไม่มีในชาวฮันซา (Hunza) ชาวฮันซาไม่ป่วย เพราะชนกลุ่มนี้ไม่รับประทานไขมันเกิน ไม่รับประทานโปรตีนเกิน ชาวฮันซา (Hunza) บริโภคพืชผักเป็นอาหารหลัก การบริโภคพืชผักสดทำให้มีพลังชีวิต (Vital Energy) ชาวฮันซา (Hunza) อาจจะไม่ฉลาด แต่มีอายุยืนและอารมณ์ดี มีร่างกายแข็งแรง อายุ 140 ปีก็วิ่งได้ เดินได้ เล่นกีฬาได้ จึงไม่มีคนแก่ในกลุ่มของ ชาวฮันซา (Hunza)

ชาวฮันซา (Hunza)ที่อายุระหว่าง 120 – 140 ปี

ดังนั้นเราควรบริโภคผักสดผลไม้สดให้ได้มากที่สุดทุกวัน เนื่องจากเราไม่สามารถบริโภคผักผลไม้สดวันละ 1-2 กิโลกรัม เท่ากับชาวฮันซา จึงต้องหาสารอาหารเพื่อมาทดแทน เพื่อให้ร่างกายได้รับอาหารครบถ้วน

ชาวเอสกิโม ที่มีอายุเฉลี่ย 27 ปี 6 เดือน

แต่ถ้าเราบริโภคอาหาร เช่นชาวเอสกิโม ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ที่มีแต่น้ำแข็งจึงไม่สามารถที่จะปลูกพืชได้ อาหารที่ชาวเอสกิโมกินจึงเป็นเนื้อสัตว์ ชาวเอสกิโมจึงมีอายุสั้นแค่ ประมาณอายุ 19 ปี ก็กระดูกผุหลังค่อม และมีอายุเฉลี่ยที่ 27 ปี 6 เดือน

ทำไมคนไทยถึงป่วย และตายอย่างทุกข์ทรมาน

เพราะปัจจุบันนี้ประชากรชาวไทยบริโภคอาหารที่เป็นพิษ ดัง นั้นจากการเจาะเลือด จะพบว่าส่วนผู้ที่มีสุขภาพไม่ค่อยแข็งแรงอันเนื่องมาจากการได้รับสารพิษที่ ลำเลียงผ่านออกซิเจนในรูปของอาหารที่รับประทานอย่างต่อเนื่องและยาวนาน เม็ดเลือดแดงจะจับกันอยู่เป็นกลุ่มเป็นก้อนสลับกันกับน้ำเลือดพลาสม่าที่ไม่มีเม็ดเลือดแดง กลุ่มก้อนของเม็ดเลือดแดงจะมีการซ้อนตัวของเม็ดเลือดแดงทับกันอยู่ที่เรียกว่า “รูโล (Rouleaux)”เป็นจำนวนมากมองเห็นเหมือนเศษสตางค์เหรียญหลายๆ อันซ้อนกันอยู่

สาเหตุที่สำคัญก็คือการได้รับสารพิษจากเนื้อสัตว์ และผักอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งอาหารทำลายกระดูกได้แก่ ผงชูรส , น้ำอัดลม โดยเฉพาะที่มีสีดำเป็นอันตรายมากที่สุด ,ยาฆ่าแมลงที่มาจากพืชผัก , น้ำตาลทรายขาว , ยาปฏิชีวนะ และสารเคมี เมื่อรับประทานไปมากๆ และนานวันจะทำให้การนำพาออกซิเจนเพื่อเลี้ยงร่างกายมีจำนวนน้อยลง เพราะเม็ดเลือดเกาะเป็นกลุ่มก้อน ดังในภาพ

เม็ดเลือดของผู้ที่มีสุขภาพไม่ค่อยแข็งแรง

ดังนั้นเมื่อไม่สามารถนำพาออกซิเจนไปเลี้ยงเซลล์ รวมถึงไขกระดูกได้ถูกทำลายจากสารพิษที่ได้กล่าวมาแล้วนั้น จึงทำให้ไขกระดูกไม่สามารถผลิตเม็ดเลือดแดงได้อย่างเต็มที่ กระดูกมีความสำคัญอย่างมาก โพรงกระดูกตรงกลางภายในคือ ไขกระดูก ( Bone Marrow) ซึ่งเป็นแหล่งผลิตเนื้อกระดูก มีชิ้นกระดูกเล็กๆ เกาะเกี่ยวติดกันเหมือนเป็นฟองน้ำ ( Spongy Bone) ทำหน้าที่ควบคุมความสมดุลของเกลือแร่ต่างๆ (Mineral Homeostasis ) ซึ่งสำคัญมาก ขอบนอกกระดูก (Cortical Bone) หนาและแข็งทำหน้าที่เป็นโครงร่าง ( Skeleton Framework ) ให้กล้ามเนื้อยืดเกาะ ดังนั้นเมื่อไขกระดูกถูกทำลายโดยสารทำลายกระดูกที่กล่าวมาแล้วนั้น จึงทำให้เกิดการเจ็บป่วยอย่างรวดเร็ว ถ้าไขกระดูกถูกทำลายที่ตำแหน่งใด ก็จะเกิดโรคต่างๆที่อวัยวะนั้นๆ ตัวอย่างเช่น ปวดบั้นเอว ก็ จะเกิดจากการที่เส้นประสาทบริเวณ จุดที่ 4 มีปัญหา ทำให้เกิดอาการดังกล่าว ดังนั้นเมื่อเราแก้ที่ปลายเหตุโดยการใช้ยาสเตียรอยด์ เพื่อรักษาก็จะระงับอาการปวดนั้นได้ชั่วระยะเวลาหนึ่ง เมื่อถึงกำหนดเวลา หรือท่านหยุดรับประทานยา อาการเจ็บปวดก็ยังคงกลับมาให้พบเห็นได้เหมือนเดิม เมื่อท่านรับประทานยาอย่างต่อเนื่อง ปัญหาก็จะเกิดขึ้นที่ตับ เนื่องจากตับเป็นตัวกำจัดสารพิษ และอย่างที่เราทราบกันมาบ้างแล้วว่าตับเป็นอวัยวะที่รักษาและฟื้นฟูกลับมาให้คงสภาพเดิมๆ ยากที่สุด ดังนั้นเราควรให้ความสำคัญกับต้นเหตุของปัญหานั้นคือ ลดปริมาณการบริโภคสารพิษ ได้แก่ ผงชูรส , น้ำอัดลม โดยเฉพาะที่มีสีดำเป็นอันตรายมากที่สุด ,ยาฆ่าแมลงที่มาจากพืชผัก , น้ำตาลทรายขาว , ยาปฏิชีวนะ และสารเคมี ลงให้มากที่สุด และบริโภคผักที่ปลอดสารพิษ รวมถึงการฟื้นฟูบำบัดจึงจะช่วยลดอาการดังกล่าวได้

ตำแหน่งของไขกระดูกที่สัมพันธ์กับการเกิดโรคต่างๆ


ข้อมูลข้างต้นเรียบเรียงจาก บรรยายพิเศษ ดร.สังสิทธิ์ ศรีสุคนธ์

คลอโรฟิลล์บริสุทธิ์ 100 % เต็มช่วยคุณได้อย่างไร ?
พลังสีเขียวจากธรรมชาติ ทำไมเราจึงเจ็บป่วย ? คลอโรฟิลล์บริสุทธิ์ 100 %
ประสิทธิภาพคลอโรฟิลล์ต่อโรค การฟื้นฟูบำบัดโรคต่างๆ วิธีธรรมชาติของชาวฮันซา (Hanza)
คลอโรฟิลล์ที่ทางการแพทย์ทั่วโลกยอมรับ ผลิตภัณฑ์แองเจิ้ล (Angel) ***สินค้าของเรา***
ประวัติ Dr. Hans Fischer สมัครสมาชิกได้ประโยชน์อย่างไร ? ขั้นตอนการชำระเงิน
บรรยายพิเศษเรื่องธรรมชาติบำบัด กรอกข้อมูลสมาชิก เกี่ยวกับเรา
บริษัท ดีซูซ่า อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ติดต่อเรา คำถามที่พบบ่อย
ประสบการณ์ผู้ใช้ผลิตภัณฑ์กระดานข่าวและสาระน่ารู้ วิธีสังเกตุคลอโรฟิลล์บริสุทธิ์ 100 %
Download เอกสารแผ่นพับ แผนการตลาดของบริษัท สอบถามผลิตภัณฑ์ติตต่อ คุณเขมจิรา
โทร. 086-0366174 ทุกวัน

Copyright @ 2007 All rights reserved. www.chlorophyll.tht.in ทีมงานบ้านสมุนไพรชัยมงคล คุณเขมจิรา จิตมงคล